ตัดเลเซอร์ CO2 กับ CNC Router เลือกแบบไหน
เลเซอร์ให้ขอบใสและทำลายละเอียดได้ดี ส่วน CNC รองรับแผ่นหนา งานร่อง และมิติที่ซับซ้อน การเลือกถูกเครื่องช่วยลดทั้งเวลาและค่าทำผิว
เลเซอร์ CO2 ใช้ความร้อน ส่วน CNC ใช้ดอกกัด
เลเซอร์โฟกัสลำแสงพลังงานสูงลงบนแนวตัด วัสดุหลอมและระเหยออกโดยไม่มีเครื่องมือสัมผัสผิว จึงตัดเส้นเล็ก ตัวอักษร และโค้งซับซ้อนได้รวดเร็ว ขอบอะคริลิคมักใสเงาเพราะความร้อนช่วยหลอมผิว
CNC Router ใช้ดอกกัดหมุนเอาเนื้อวัสดุออก จึงทำงานสามมิติบางส่วนได้ เช่น เซาะร่อง ทำบ่า คว้าน และเจาะรูควบคุมขนาด รองรับแผ่นหนาได้ดีกว่า แต่ขอบจะมีรอยกัดและอาจต้องขัดเพิ่ม
ตารางตัดสินใจ
หากแบบมีทั้งเส้นตัดภายนอกและร่องประกอบ อาจใช้ทั้งสองเครื่องในชิ้นเดียว ไม่จำเป็นต้องเลือกเพียงวิธีเดียว
| เกณฑ์ | เลเซอร์ CO2 | CNC Router |
|---|---|---|
| ขอบหลังตัด | ใสเงา | ด้าน มีรอยดอกกัด |
| ความหนา | เหมาะ 2-15 มม.; 20 มม. ประเมินพิเศษ | รองรับ 2-20 มม. |
| เส้นเล็ก/ตัวอักษร | ดีมาก | จำกัดด้วยขนาดดอก |
| ร่องและบ่า | ไม่เหมาะ | ทำได้ |
| มุมใน | คมได้ | มีรัศมีตามดอกกัด |
| ความร้อน | มีเขตความร้อน | ต้องคุมความร้อนจากการเสียดสี |
เหตุใด CNC ต้องคุมเศษและความร้อน
PMMA มีแนวโน้มอ่อนตัวเมื่อความร้อนสะสม หากดอกกัดไม่คมหรือระบายเศษไม่ดี เศษอาจหลอมติดดอกและทำให้ผิวเสีย แนวทางทั่วไปคือใช้ดอกที่เหมาะกับพลาสติก ระบายเศษด้วยลม และทดสอบความเร็วป้อนกับรอบหมุนตามเครื่องจริง [1]
ค่าที่พบในคู่มือออนไลน์ไม่ควรถูกนำมาใช้ตรง ๆ กับทุกเครื่อง เพราะกำลังสปินเดิล ดอกกัด ระบบจับชิ้นงาน และความแข็งของเครื่องต่างกัน โรงงานจึงต้องทดสอบและเก็บค่ามาตรฐานของตนเอง
ข้อมูลทางเทคนิคที่ใช้ประกอบบทความ
ข้อมูลทั่วไปอาจแตกต่างตามยี่ห้อ เกรด และสภาพใช้งาน ควรตรวจเอกสารทางเทคนิคของวัสดุที่ใช้จริงก่อนออกแบบงานที่เกี่ยวข้องกับโครงสร้าง ความร้อน สารเคมี หรือความปลอดภัย
← กลับศูนย์ความรู้ต้องการเลือกวัสดุหรือกระบวนการให้ตรงกับงาน
ส่งแบบและอธิบายการใช้งาน ทีมงานโรงงานจะช่วยพิจารณาความหนา ชนิดแผ่น และวิธีผลิตก่อนออกใบเสนอราคา